บทที่ 9 ผิดนัด
“สวัสดีคุณวนิดา เรียกผมว่าวโรโดมดีกว่านะ” เขาไม่ชอบให้คนที่ไม่สนิทเรียกโดมถึงแม้จะเคยมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวตรงหน้าแต่เขาก็ไม่เคยให้เธอเรียกว่าโดม
“ค่ะคุณวโรโดม นัดนิดามมีอะไรหรือเปล่าคะ” วนิดาถามหนุ่มหล่อมาดแมนแอนด์แฮนซั่มตรงหน้าวโรโดมไม่เปลี่ยนเลยชายหนุ่มยังดูหล่อเหลาสมาร์ทเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือคมเข้มดูเถื่อนมากขึ้น
“นั่งก่อนสิ” เขาบอกดาราสาวอีกครั้ง
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณคงจะรู้นะที่ผมนัดมาคุยด้วยเรื่องอะไร”
“นิดาไม่รู้ค่ะ คุณวโรโดมบอกมาสิคะ” ดาราสาวเล่นลิ้นเพราะเห็นสายตาของผู้บริหารหนุ่มมองเธอและคิดว่าเขาสนใจเธอจึงขยับตัวเล็กน้อยไปข้างหน้าเพื่อให้เต้าใหญ่มันโดดเด่น
“เรื่องที่เกิดขึ้นในกองถ่าย” ผู้บริหารหนุ่มหล่อพูดแล้วรอฟังว่าดาราสาวจะพูดแก้ตัวว่ายังไง
“ค่ะ แต่เรื่องจะมาโทษนิดาคนเดียวไม่ได้นะคะ นิดาเป็นนางเอกจะต้องสวยแต่งตัวนานเป็นธรรมดาอยู่แล้วจะให้ช่างไม่มีฝีมือมาแต่งให้ได้ยังไงคะหากนิดาหน้าพังใครจะรับผิดชอบ” ดาราสาวพูดซะยาวตอนแรกเหมือนจะยอมรับผิดแต่ไปๆมาก็โทษคนอื่น
“แล้วไงต่อ” ชายหนุ่มยังใจเย็นรอฟังคำแก้ตัวของดาราสาวที่จะฟังขึ้นได้บ้าง
“พี่ตี๋เล็กก็เอาแต่เข้าข้างลูกน้องน่ะสิคะ ช่างไฟก็ปรับไฟจนนิดาออกกล้องแล้วดำปี๋พอบอกก็หาว่านิดาเรื่องมากตัวประกอบก็เล่นไม่ได้เท็คอยู่นั่นแหละแล้วให้นางเอกอย่างนิดานั่งรอใครจะไปทนไหวคะ”
“พอแล้ว ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมคุณนิดาถึงมีปัญหากับทุกคนในกอง”
“คุณโดม เอ่อ คุณวโรโดมเข้าใจนิดาใช่มั้ยคะ นิดาก็เลยขอถอนตัวค่ะ” วนิดยังลำพองใจว่าเธอเป็นฝ่ายถูกขนาด วโรโดมยังเข้าใจเลยแล้วทำไมพวกทำงานกระจอกพวกนั้นถึงได้ไม่เข้าใจโง่จริงๆ
“ครับ ผมอนุมัติไปแล้ว เพราะผมก็ไม่ชอบทำงานกับพวกที่เรื่องมาก เอาแต่ใจวีนเหวี่ยงใส่ทุกคนเพื่อให้ได้ดั่งใจตัวเองคนในกองสามสิบสี่สิบกว่าชีวิตทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้ผลงานออกมามีคุณภาพแต่คนๆเดียวทำให้กองถ่ายปั่นป่วนเรียกร้องนั่นเรียกร้องนี่คิดว่าตัวเองดีกว่าเหนือกว่าคนอื่น แล้วคุณคิดว่าผมจะอยู่ฝ่ายไหนล่ะคุณวนิดา” วโรโดมพูดออกไปทำเอาดาราสาวอึ้งกิมกี่ที่ถูกผู้บริหารหนุ่มว่าให้อย่างเจ็บแสบจนพูดไม่ออกทั้งที่ตอนแรกเขาก็เข้าใจเธอนี่แล้วทำไม
“เอ่อ”
“ผมให้ผู้กำกับติดต่อนางเอกคนใหม่แล้ว คุณก็สบายใจได้นะไม่ต้องร่วมงานกับกองถ่ายเรื่องนี้อีก ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณแค่นี้ เชิญครับ” วโรโดมพูดแล้วก็ก้มสนใจเอกสารตรงหน้าอย่างไม่สนใจดาราสาวที่นั่งนิ่งตรงหน้าถูกเขาว่าให้ซะไปไม่เป็นเลยทีเดียว
“นิดาขอตัวนะคะ”
“ครับ” เขาตอบรับเธอโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ วนิดาลุกขึ้นเดินสะบัดก้นออกไปจากห้องผู้บริหารด้วยใบหน้างอง้ำไม่มองไม่ทักทายเลขาและคนสนิทของวโรโดมเดินตรงไปที่ลิฟต์โดยไม่รอผู้จัดการส่วนตัวที่เห็นดาราสาวในความดูแลก็รีบเดินตามไปแทบไม่ทัน
“เฮ้อ คนเรานี่นะ พอไม่ดังละก็นอบน้อมถ่อมตนไหว้ตั้งแต่ยามยันผู้บริหารแต่พอมีชื่อเสียงดังเข้าหน่อยไม่เห็นหัวใครเลยแล้วจะไปรอดมั้ยเนี่ย" ยุพาพูดตามหลังดาราสาวชื่อดัง
“ก็ทำตัวเองทั้งนั้นครับ” เมธาพูดสั้นๆเพราะบางคนก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแต่ก็มีไม่น้อยที่ดังแล้วหยิ่งต่อหน้า
กล้องอย่างหนึ่งลับหลังกล้องก็อีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดาหากแยกแยะไม่เป็นก็จบและมีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะ
วโรโดมทำงานจนลืมเวลาพอเงยหน้าอีกทีก็เกือบหกโมงแล้วชายหนุ่มเอนตัวไปด้านหลังชูมือขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะเก็บงานแล้วเดินออกไปจากห้องเพราะนึกขึ้นได้ว่าบอกให้ยัยเด็กแสบรอป่านนี้หนีกลับไปแล้วมั้งชายหนุ่มก็เดินไปดูที่ห้องทำงานของป้าตีเหมือนทุกครั้งเมื่อไม่เห็นเขาก็เดินออกไปส่วนคนที่เขามองหากำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำทำให้ผู้บริหารหนุ่มไม่เห็นและคิดว่ากันติชาหนีกลับบ้านไปก่อนอีกตามเคย
วโรโดมจึงโทรหาปองคุณแล้วชวนไปดื่มเพราะได้นัดกับพี่ตี๋เล็กไว้ปองคุณก็ตกลงทันทีทั้งสองก็นัดเจอกันที่คลับของรุ่นพี่เหมือนเดิม
กันติชาออกมาจากห้องน้ำแล้วนั่งรอวโรโดมจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเธอก็ทนไม่ไหวเพราะหิวข้าวและเธอก็บอกให้พี่หวานใจกลับไปแล้วด้วยจึงเปิดประตูออกไปเพื่อจะบอกเขาว่าเธอจะกลับก่อนก็ไม่เห็นใครอยู่หน้าห้องสักคนหากเขายังทำงานอยู่พี่เมธต้องนั่งรออยู่ที่โต้ะทำงานหน้าห้องสาวน้อยจึงเดินไปดูเพื่อความแน่ใจเขาไม่อยู่จริงๆกันติชาจึงตัดสินใจว่าเธอจะค้างที่เพนท์เฮ้าส์ปกติกันติชาจะไม่พักที่นี่เพราะเธอกลัวแต่วันนี้ความโกรธมีมากกว่าทำให้เธอโทรไปบอกป้าจิตรว่าติดงานจึงจะค้างที่ทำงานเลย
“ให้ป้าไปอยู่เป็นเพื่อนมั้ยคะคุณหนู” ป้าจิตรรู้ว่าคุณหนูของเธอไม่ชอบอยู่คนเดียวจึงถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะป้าจิตร ติชาโตแล้วนะคะและที่นี่ก็ปลอดภัยติชาอยู่ได้ค่ะ” ใช่ที่นี่ปลอดภัยเพราะเธอมาค้างกับแม่บ่อยๆแต่นี่เธอค้างคนเดียว “เอาวะ ติชาแกต้องอยู่ได้สิโตแล้วนะ” แล้วกันติชาก็ขึ้นไปที่ห้องพักกว้างใหญ่ก่อนเปิดหาของกินในตู้เย็นที่แม่บ้านจะนำพวกนมหรือน้ำผลไม้และอาหารแช่แข็งมาไว้ในตู้เย็นไม่ขาด
“อืมมีนม กินอะไรดีล่ะ” ตาโตมองตามตัวหนังสือที่เขียนข้างกล่องอาหารแล้วกันติชาก็เลือกสปาเก็ตตี้ขี้เมาของยี่ห้อหนึ่งออกมานำเข้าไมโครเวฟนั่งรอสามนาทีก็เสร็จเธอก็ถือไปวางที่โต้ะอาหารหยิบขวดน้ำติดมือไปด้วยแล้วนั่งกินไปบ่นไป
“ไอ้พี่โดมบ้า ต่อไปติชาจะไม่เชื่อพี่อีกแล้ว ฮึ” กันติชาบ่นไปมือก็หมุนเส้นสปาเก็ตตี้ม้วนเข้าปากเคี้ยวกร้วบๆราวกับว่ามันเป็นวโรโดมด้วยความโมโหเมื่อกินอิ่มแล้วเธอก็ล้างเก็บทุกอย่างเข้าที่ก็หยิบนมติดมือเข้าไปฝั่งห้องของครอบครัวเพื่ออาบน้ำแล้วเข้านอน
สาวน้อยเปิดไฟสว่างทั่วทั้งห้องตรงไหนมีหลอดไฟเธอก็เปิดหมดทุกหลอดทั้งห้องนั่งเล่นห้องนอนก่อนจะไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนเล่นบนเตียงก่อนโทรไประบายกับเพื่อนรักทั้งสอง
“อะไรนะแกอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์เหรอ ให้วลีไปนอนเป็นเพื่อนมั้ยติชา” วลีเป็นห่วงเพื่อนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียวไม่งั้น กันติชาคงจะนอนที่เพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของตึกเมื่อถูกวโรโดมทิ้งหรือลืมแต่เพราะความกลัวทำให้เธอต้องกลับบ้าน
“ไม่เป็นไรหรอกวลี ติชาอยู่ได้ต้องหัดอยู่คนเดียวให้ได้หากไปเรียนต่อติชาต้องอยู่คนเดียวได้ไง” ใช่เธอ
จะต้องอยู่ให้ได้และไม่พึ่งพาใครจะหวังพึ่งวโรโดมน่ะเหรอ สู้เธอพึ่งตัวเองดีกว่า
“ก็จริง งั้นมีอะไรแกก็โทรหาวลีนะ พี่โดมนี่แย่จริงๆแกตัดอกตัดใจเถอะติชาดีกว่าแกจะมานั่งช้ำใจอย่างนี้นะ” เกวลีบอกเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเพราะเธอรู้ว่ากันติชารักฝังใจกับพี่โดมคนเดียวตั้งแต่รู้ว่าเป็นคู่หมั้นของเขา
“ติชารู้จ้ะวลีต่อไปติชาจะรักตัวเองให้มากกว่าจะไม่รักใครมากกว่าตัวเองจ้ะ ขอบใจมากนะเพื่อนรัก” กันติชาซึ้งใจเมื่อเพื่อนรักเตือนสติเธอด้วยความหวังดี
“ดีมากเพื่อนรัก งั้นแกก็นอนซะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
“โอเคจ้า ฝันดีนะวลี”
“ฝันดีจ้ะติชา”
